BMW เปิดตัวรถอเนกประสงค์ iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในงาน IAA Mobility Show 2025 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี เมื่อช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมา โดยการกลับมาของ BMW iX3 50 xDrive (รหัสตัวถัง NA5) ในครั้งนี้ ถือเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์ BMW ที่ใช้พร้อมโครงสร้างใหม่ในชื่อ Neue Klasse อันเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการพัฒนามาสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ ส่งให้ BMW iX3 50 xDrive เป็นรถที่มีสมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน ระยะการเดินทางต่อชาร์จ รวมถึงเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ที่สามารถอำนวยความสะดวก และยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
บอดี้แทบไม่ใหญ่ขึ้น แต่พื้นที่ใช้สอย…จัดเต็ม
BMW iX3 50 xDrive เจนเนอเรชั่นที่ 2 มากับมิติตัวถัง กว้าง x ยาว x สูง อยู่ที่ 1,895 x 4,782 x 1,635 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,897 มม. ซึ่งยาวกว่า BMW iX3 เดิมอยู่ถึง 32 มม. และมีระยะต่ำสุดจากพื้น 176 มม. เพื่อให้พร้อมรองรับสำหรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ตัวรถเน้นความโดดเด่นด้วยการใช้เส้นแสงที่ผสานความล้ำสมัย เข้ากับกลิ่นอายความคลาสสิคจากรถ BMW ในยุคบุกเบิกได้อย่างลงตัว ด้วยการใช้ลายเส้นกระจังหน้าไตคู่วางในแนวตั้ง พร้อมการดีไซน์ที่เน้นเรื่องแอโร่ไดนามิค ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 นอกจากนี้ BMW iX3 50 xDrive ยังอัดแน่นด้วยประโยชน์ใช้สอย ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 58 ลิตร โดยยังมีพื้นที่สัมภาระด้านท้ายมาให้อีก 520 ลิตร ซึ่งสามารถเพิ่มเป็น 1,750 ลิตร ได้เมื่อพับเบาะ

ด้วยขนาดที่กะทัดรัดของเซ็ตมอเตอร์ ทำให้ BMW iX3 50 xDrive ยังเหลือที่พอสำหรับช่องสัมภาระด้านหน้าขนาด 58 ลิตร
ครั้งแรกของโลกกับแพลตฟอร์ม Neue Klasse
จุดเด่นหลักๆ ของ BMW iX3 50 xDrive เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Neue Klasse ก็คือ การมาพร้อมสถาปัตยกรรมในรูปแบบ 800 โวลต์ ซึ่งมีความสามารถในการรับและจ่ายกระแสไฟได้อย่างรวดเร็ว โดยรองรับความเร็วในการชาร์จ DC สูงสุดได้ถึง 400 kW (ชาร์จจาก 10-80% ได้ภายใน 21 นาที โดยสามารถเช็คความเร็วในการชาร์จแบบเรียลไทม์ผ่านแอพพลิเคชั่น My BMW) ด้วยกำลังไฟดังกล่าว หากใช้เวลาในการชาร์จ 10 นาที จะส่งให้ BMW iX3 50 xDrive วิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 350 กม. และรองรับการชาร์จแบบปกติได้ที่ 11 kW และรองรับการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอก (V2L) 3.7 kW โดยแบตเตอรี่ของ BMW iX3 50 xDrive แพลตฟอร์ม Neue Klasse มาในรูปแบบเซลล์ทรงกระบอก (Cylindrical Cell) ที่มีความหนาแน่นของพลังงานมากกว่าเซลล์ดีไซน์เหลี่ยมเดิมถึง 20% โดยมาพร้อมความจุ 108.7 kWh และเคลมระยะทางต่อชาร์จไว้สูงสุดที่ 805 กม. ต่อชาร์จ ตามมาตรฐาน WLTP

มอเตอร์หน้า ASM และ EESM ที่ด้านหลัง กำลังขับเคลื่อนรวม 469 แรงม้า จับคู่แบตเตอรี่ 108.7 kWh รองรับการเดืนทางต่อชาร์จกว่า 800 กม. (WLTP)
แรงกำลังดี ขับสนุก และวิ่งได้ไกล หัวใจของ Heart of Joy
BMW iX3 50 xDrive ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า eDrive ซึ่งได้รับการพัฒนาจนถึงเจนเนอเรชั่นที่ 6 ให้กำลังรวมสูงสุด 469 แรงม้า พร้อมกับแรงบิดสูงสุด 645 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อขับเคลื่อนทั้งสี่ในรูปแบบ xDrive ซึ่งแม้ BMW iX3 50 xDrive จะมีน้ำหนักถึง 2,360 กก. แต่ก็สามารถออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ถึงที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.9 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ซึ่ง BMW iX3 50 xDrive ไม่ได้มีแค่ความเร็วเท่านั้น แต่ยังได้รับการยกระดับความสนุกในการขับขี่ด้วยซอฟท์แวร์ BMW Dynamic Performance Control ที่ประมวลผลได้เร็วกว่าซอฟท์แวร์แบบดั้งเดิมถึง 10 เท่า เพื่อเน้นการตอบสนองให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์สุดเร้าใจ เช่น เสถียรภาพในการทรงตัว การควบคุมที่มีความแม่นยำ การบังคับเลี้ยวได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงสามารถเบรกได้อย่างสมูทด้วยการทำงานร่วมกันของมอเตอร์และระบบเบรก (98% ของการชลอความเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้เบรก แต่ใช้การหน่วงจากระบบขับเคลื่อน) อันเป็นแนวทางในการพัฒนารถ BMW ยุคใหม่ในแบบฉบับ Heart of Joy อีกด้วย

BMW Panoramic Vision พร้อมหน้าจอกลางดีไซน์แปลกตา ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการล่าสุด BMW Operating System X
ระบบปฏิบัติการสุดล้ำ เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางในการควบคุม
ภายในห้องโดยสารของ BMW iX3 50 xDrive มาพร้อมระบบแสดงผลแบบ BMW Panoramic iDrive ที่เน้นให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางในการควบคุมในแบบฉบับ “Hands on the Wheel, Eyes on the Road…มือจับพวงมาลัย ตามองถนน” ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการล่าสุด BMW Operating System X สามารถรองรับการปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย โดยเป็นการแสดงข้อมูลในระดับสายตาของผู้ขับขี่ผ่าน BMW Panoramic Vision จากแนวเสา A Pillar ขวาจรดซ้าย ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามามองข้อมูลบนมาตรวัด ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มความปลอดภัย รวมถึงความแม่นยำในการบังคับควบคุม ส่วนจออินโฟเทนเม้นท์แบบ Matrix Backlight Technology ได้รับการดีไซน์ตามหลักสรีระศาสตร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุม สั่งการตัวรถได้ง่าย โดยวางคู่กับพวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่น Shy-Tech ที่ใช้ปุ่มสัมผัสแบบเรืองแสง ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน เมื่อต้องการใช้งานฟังค์ชั่นต่างๆ
ขั้นสุดกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ประมวลผลอย่างชาญฉลาดร่วมกับ AI
ที่ขาดไม่ได้สำหรับ BMW iX3 50 xDrive แน่นอนว่า คงหนีไม่พ้นระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง โดยตัวรถมาพร้อม Superbrain of Automated Driving ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบประมวลผลที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในยุคปัจจุบัน โดยเป็นการผสานการทำงานระหว่าง AI (ประมวลผลเร็วกว่าเดิม 20 เท่า ด้วยชิพเซ็ต 4 ตัว) กับระบบช่วยเหลือการขับขี่ และระบบช่วยจอด Symbiotic Driver Assistance ที่ทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย แม้ในสภาพการจราจรที่แออัด




















