BMW เตรียมจะเปิดตัว BMW iX3 รถอเนกประสงค์พลังไฟฟ้าขนาดคอมแพคท์เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในเดือนกันยายนนี้ โดยการกลับมาของ iX3 ในครั้งนี้ มาพร้อมจุดเด่นหลากหลายประการ ไล่มาตั้งแต่ ความเฉียบคมในการออกแบบที่ดูชาญฉลาด ล้ำสมัย, สามารถเดินทางต่อชาร์จได้ไกลมากขึ้น อีกทั้งยังต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการนำวัสดุรีไซเคิลหลากหลายรูปแบบมาใช้ ซึ่งความน่าสนใจของ BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ก็คือ การเป็นรถรุ่นแรกจากค่าย BMW ที่ได้รับการพัฒนาบนโครงสร้างใหม่ Neue Klasse ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการพัฒนามาให้ใช้กับรถ EV ยุคใหม่ของค่ายโดยเฉพาะ
การมาของ BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นยุคบุกเบิกของแพลตฟอร์ม Neue Klasse อย่างแท้จริง โดยสิ่งที่ทางค่ายดังแห่งแคว้นบาวาเรียตั้งใจ ก็คือ ต้องการให้รถคันนี้ สามารถทำระยะการเดินทางได้ไกลกว่า 400 ไมล์ หรือกว่า 640 กม. ต่อชาร์จ พร้อมกับการดีไซน์ภายในห้องโดยสารให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีการใส่ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือ AI ไว้แบบครบครัน เพื่อให้ตัวรถสามารถตอบสนองการสั่งการของผู้ขับขี่ได้ตรงกับความต้องการ พร้อมช่วยยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ให้เหนือชั้นมากยิ่งขึ้้น นอกจากนี้…การออกแบบของ BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ยังมาในคอนเซ็ปท์ Design for Circularity ซึ่งอาจจะหมายถึง การให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุทดแทน โดยส่วนประกอบสำคัญของรถอเนกประสงค์พลังไฟฟ้าคันนี้ คือ การนำชิ้นส่วนที่ได้จากการรีไซเคิลมาใช้ถึง 33% หรือประมาณ 1 ใน 3 จากวัสดุทั้งหมด
ชิ้นส่วนรีไซเคิลที่จะถูกนำมาใช้กับ BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ประกอบด้วยวัสดุหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้ PET (Polyethylene Terephthalate) จากขวดน้ำ มาทำเป็นชิ้นส่วนสำหรับหุ้มเบาะและองประกอบอื่นๆ ภายในตัวรถ ซึ่ง PET ถือเป็นหนึ่งในวัสดุรีไซเคิลที่ได้รับความยิยมในวงการยานยนต์ยุคปัจจุบัน นอกจากนี้…30% ของวัสดุที่ใช้ภายในช่องเก็บของ รวมถึงฝาครอบเครื่องยนต์ ยังเป็นชิ้นส่วนที่ได้มาจากวัตถุดิบทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น ตาข่ายจับปลา เชือก รวมถึงวัสดุอื่นๆ ไม่เพียงแค่ชิ้นที่เป็นพลาสติกเท่านั้น แต่สำหรับชิ้นส่วนอลูมิเนียมที่จะนำมาใช้ในล้อของ BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ยังคงเป็นอลูมิเนียมที่ได้จากการรีไซเคิลถึง 70% เช่นเดียวกับเซ็ตตลับลูกปืน ดุมล้อ รวมถึงช่วงล่าง ยังมีส่วนประกอบของอลูมิเนียมรีไซเคิลมากถึง 80% อีกด้วย
BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 มาพร้อมระบบไฟฟ้า High Voltage ที่ใช้ Cobalt, Lithium และ Nickel หมุนเวียน สำหรับผลิตขั้วบวก-ลบ และเซลล์แบตเตอรี่ ในอัตราส่วน 50% เช่นกัน โดยการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลของ BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปริมาณมากขนาดนี้ ดูจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทางค่ายต้องพิจารณาไม่น้อย แน่นอนว่า การใช้วัสดุเหล่านี้ อาจถูกมองว่า เป็นการลดต้นทุนทางอ้อม อีกทั้งการรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ ย่อมทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนจากการเผาไหม้จากการหลอมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น BMW ออกมาให้ข้อมูลว่า กระบวนการรีไซเคิลของ BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 35% และยังทำให้รถอเนกประสงค์พลังไฟฟ้าคันนี้ ลดการปล่อยมลพิษโดยรวม หลังจากการใช้งานไปเพียง 21,500 กม. อีกด้วย
BMW iX3 เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถอเนกประสงค์พลังรุ่นแรก ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Neue Klasse เริ่มเดินสายการผลิตเป็นที่เรียบร้อย โดยจะมีแพลนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน IAA Mobility หรือ Munich Motor Show 2025 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ในระหว่างวันที่ 8-14 กันยายนนี้ และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงต้นปี 2026
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Carscoop



















