Home บทความแนะนำสถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์ คืออะไร? เมื่อระบบ 800 โวลต์ไม่ได้มีดีแค่การอัดประจุเร็ว

สถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์ คืออะไร? เมื่อระบบ 800 โวลต์ไม่ได้มีดีแค่การอัดประจุเร็ว

by harit
2 minutes read

     หลังจากบทความก่อนหน้า #ทีมขับซ่า ได้พาเข้าไปในบทเรียนของวิชาฟิสิกส์มัธยมปลายไปเล็กน้อย และพาให้ได้เข้าใจแล้วว่า เหตุใดผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากจึงกำลังมุ่งหน้าไปสู่ “เทคโนโลยี 800 โวลต์” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดกระแสไฟฟ้า ลดความร้อน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าทั้งคัน

     อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มศึกษารายละเอียดของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดมากขึ้น หลายท่านอาจพบว่ารถบางรุ่นถูกโฆษณาว่า “รองรับการอัดประจุ 800 โวลต์” ขณะที่บางรุ่นถูกเรียกว่า “สถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์“ แม้จะดูคล้ายกัน แต่ในทางวิศวกรรมแล้ว ทั้งสองคำนี้อาจไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันเสมอไป

     ในครั้งนี้ #ทีมขับซ่า จะพาไปทำความเข้าใจว่า “เทคโนโลยี 800 โวลต์แท้” คืออะไร และเหตุใดคำว่า “รองรับการอัดประจุ 800 โวลต์” จึงไม่ได้หมายความว่ารถคันนั้นเป็น “สถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์” เสมอไป

 

XPeng Announces 480 kW Chargers And 800V SiC EV Platform

อะไรคือ เทคโนโลยี 800 โวลต์แท้?

     หากให้อธิบายแบบฉบับให้เข้าใจง่าย รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยี 800 โวลต์ คือ รถยนต์ไฟฟ้า (EVs) ที่ถูกออกแบบให้ระบบไฟฟ้าหลักทั้งคันทำงานที่แรงดันไฟฟ้าในระดับที่ 700–900 โวลต์ ตั้งแต่เริ่มต้นของการออกแบบ

เช่น

  • แบตเตอรี่แรงดันสูง
  • อินเวอร์เตอร์ (Inverter)
  • มอเตอร์ไฟฟ้า
  • DC-DC Converter
  • ระบบอัดประจุ
  • ระบบจ่ายพลังงานแรงดันสูง

     ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบให้รองรับแรงดันระดับ 800 โวลต์โดยเฉพาะ กล่าวอีกมุมหนึ่งคือ รถคันนั้นไม่ได้เป็น 800 โวลต์เฉพาะช่วงที่กำลังอัดประจุเท่านั้น แต่เป็น 800 โวลต์ตลอดเวลาที่รถกำลังทำงาน

ทำไมต้องออกแบบใหม่ทั้งระบบ?

     หากย้อนกลับไปที่บทความก่อนหน้า จะพบว่าหัวใจสำคัญของระบบ 800 โวลต์ คือการลดกระแสไฟฟ้า เมื่อแรงดันเพิ่มขึ้น กระแสไฟที่ต้องใช้ในการส่งกำลังไฟฟ้าจะลดลง โดยจะส่งผลให้

  • ความร้อนลดลง
  • การสูญเสียพลังงานลดลง
  • ประสิทธิภาพของระบบเพิ่มขึ้น

     ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ “อุปกรณ์ทุกชิ้นในระบบถูกออกแบบให้ทำงานที่แรงดันระดับ 800 โวลต์ด้วยเช่นกัน” หากมีเพียงบางส่วนของระบบที่ทำงานที่ 800 โวลต์ ขณะที่ส่วนอื่นยังคงทำงานแบบ 400 โวลต์ ประโยชน์ที่ได้รับก็จะลดลงตามไปด้วย

ประโยชน์ที่มากกว่าการอัดประจุเร็ว

     หลายคนมักเข้าใจว่า 800 โวลต์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้อัดประจุได้เร็วขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วข้อดีของสถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์ มีมากกว่านั้นมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น …

  1. ลดความร้อนของระบบไฟฟ้า

     เนื่องจากใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่าจึงทำให้ สายไฟ, ขั้วต่อ, อินเวอร์เตอร์ รวมถึงมอเตอร์ไฟฟ้าจึงเกิดความร้อนน้อยลง ส่งผลให้ระบบระบายความร้อนทำงานเบาลง และสามารถรักษาประสิทธิภาพได้ดีขึ้นในระยะยาว

  1. รักษากำลังการอัดประจุได้ต่อเนื่องกว่า

     ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าหลายท่านอาจเคยพบว่า ในช่วงแรกของการอัดประจุ DC รถสามารถรับกำลังได้สูงมาก แต่หลังจากนั้นไม่นาน กำลังการอัดประจุกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ความร้อนสะสมภายในระบบ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น BMS จะสั่งลดกำลังอัดประจุเพื่อปกป้องแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่ในระบบ 800 โวลต์ ความร้อนที่เกิดขึ้นมีน้อยกว่า จึงสามารถรักษากำลังการอัดประจุในระดับสูงได้ยาวนานกว่า หมายความว่า “ไม่ใช่เพียงอัดประจุได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังรักษาความเร็วในการอัดประจุได้ดีกว่าอีกด้วย”

  1. ลดน้ำหนักของตัวรถ

     เมื่อกระแสลดลงสายไฟแรงดันสูงไม่จำเป็นต้องมีหน้าตัดขนาดใหญ่เท่ากับระบบ 400 โวลต์ แม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่เมื่อรวมสายไฟหลายสิบเมตรที่อยู่ภายในรถทั้งคัน น้ำหนักที่ลดลงก็มีผลต่อประสิทธิภาพและอัตราสิ้นเปลืองพลังงานโดยรวม

  1. รองรับเทคโนโลยีในอนาคตได้ดีกว่า

     ปัจจุบันสถานีอัดประจุความเร็วสูงเริ่มพัฒนาไปสู่ระดับ 350 กิโลวัตต์ และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ หากยังคงใช้ระบบ 400 โวลต์ จะต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูงมาก ซึ่งส่งผลต่อความร้อนและข้อจำกัดทางวิศวกรรม

     ในขณะที่ระบบ 800 โวลต์สามารถรองรับกำลังระดับสูงเหล่านี้ได้ง่ายกว่า จึงถูกมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) ในยุคถัดไป

e-Platform 3.0 | BYD Europe

BYD e-Platform 3.0

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EVs) คันไหนถูกทำให้เป็น 800 โวลต์แท้?

     วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสังเกตแรงดันแบตเตอรี่จริง (Battery Voltage)

  • 350–450 โวลต์ = ระบบ 400 โวลต์
  • 650–950 โวลต์ = ระบบ 800 โวลต์

     หากรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) คันใด มีแรงดันแบตเตอรี่จริงอยู่ในช่วงประมาณ 700–800 โวลต์ ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นสถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์

     #ทีมขับซ่า ขอยกตัวอย่างแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EVs) พร้อมข้อมูลจำเพาะ (Specifications) โดยคร่าว ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์ ตามตารางที่ปรากฏอยู่ด้านล่างนี้

แบรนด์ / แพลตฟอร์ม

รุ่นตัวอย่าง

รายละเอียดสถาปัตยกรรม

กำลังอัดประจุ DC สูงสุดโดยประมาณ

Porsche J1Porsche Taycan (ทุกรุ่นย่อยส่วนใหญ่)แพลตฟอร์ม 800 โวลต์ เชิงพาณิชย์รุ่นแรกของ Porsche พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Dual Inverterสูงสุดประมาณ 270 กิโลวัตต์
Audi/Porsche PPEAudi Q6 e-tron, Porsche Macan Electric (บางตลาด)แพลตฟอร์มครอสโอเวอร์ 800 โวลต์ ระดับพรีเมียมที่ Audi และ Porsche พัฒนาร่วมกันประมาณ 270+ กิโลวัตต์ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
BMW Neue Klasse
(BMW’s 6th-generation eDrive)
BMW iX3 (NA5), BMW i3 (NAO) และ EV รุ่นถัดไปของ BMWแพลตฟอร์ม EV ยุคใหม่ของ BMW ใช้แบตเตอรี่ 6th-generation แบบ Cell-to-Pack พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ และระบบขับเคลื่อนที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดคาดการณ์สูงสุดประมาณ 400 กิโลวัตต์ (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
Hyundai e-GMPHyundai IONIQ 5, Hyundai IONIQ 6, Kia EV6, Kia EV9, Genesis GV60แพลตฟอร์ม 800 โวลต์ สำหรับตลาดแมส รองรับการจ่ายไฟกลับ (V2L/V2X) ในหลายรุ่นประมาณ 230-240 กิโลวัตต์
Hyundai e-GMP DerivativesGenesis Electrified GV70 และรุ่นพิเศษบางตลาดพัฒนาต่อยอดจาก e-GMP พร้อมระบบอัดประจุ 800 โวลต์ประมาณ 230 กิโลวัตต์
Lucid Air PlatformLucid Air ทุกรุ่นระบบแบตเตอรี่แรงดันสูงมาก (มากกว่า 800 โวลต์) เน้นประสิทธิภาพสูงสุดมากกว่า 300 กิโลวัตต์ เมื่อสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์เอื้ออำนวย
Lotus / GEELY 800 โวลต์Lotus Eletre และรถบางรุ่นของ GEELY/Zeekr (ส่วนใหญ่ในยุโรปและจีน)SUV และ Sedan สมรรถนะสูงที่ใช้แบตเตอรี่ระดับ 800 โวลต์สูงสุดประมาณ 350 กิโลวัตต์ (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
BYD e-Platform 3.0 (800 โวลต์ Variants)BYD บางรุ่นในตลาดโลกบางรุ่นย่อยใช้ e-Platform 3.0 ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ 800 โวลต์มากกว่า 200 กิโลวัตต์ (แตกต่างกันตามรุ่น)
b P19 0685 a3 rgb 2

Porsche เลือกใช้ระบบจัดการความร้อนขั้นสูงร่วมกับสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแบบ 800 โวลต์ เพื่อรองรับสมรรถนะสูง ลดน้ำหนักระบบสายไฟ และเพิ่มประสิทธิภาพในการอัดประจุพลังงาน

BMW iX3 50 xDrive_2026

BMW iX3 50 xDrive   

White Kia EV6 parked on a light stone surface near a wooden staircase and wall

Kia EV6

ZEEKR 7X 4

Zeekr 7X

     “เทคโนโลยี 800 โวลต์แท้” นั้น ไม่ได้หมายถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถอัดประจุได้เร็วเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้ระบบไฟฟ้าหลักทั้งคันทำงานที่แรงดันระดับ 800 โวลต์ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น เมื่อเห็นคำว่า “สถาปัตยกรรมแบบ 800 โวลต์” ในสื่อสิ่งพิมพ์หรือเอกสารโฆษณาที่ใช้สำหรับแนะนำผลิตภัณฑ์หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า “Brochure” ของรถยนต์ไฟฟ้าในหลากหลายแบรนด์ สิ่งที่ผู้ผลิตกำลังสื่อสารไม่ใช่เพียงเรื่องความเร็วในการอัดประจุ แต่คือการยกระดับโครงสร้างระบบไฟฟ้าของรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) ทั้งคันขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งนั่นเอง


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม