Home » รีวิว Ora Good Cat GT เร่งดีเกินสเป็ค ตัวไม่เล็ก…แต่จี๊ดได้ใจ !

รีวิว Ora Good Cat GT เร่งดีเกินสเป็ค ตัวไม่เล็ก…แต่จี๊ดได้ใจ !

by Admin clubza.tv
รีวิว Ora Good Cat GT

หลังจากที่ทำตลาดมาแล้วประมาณ 1 ปี รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ รถ EV จากค่าย Great Wall Motor ถือว่าทำยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีจำนวนรถ Ora Good Cat ที่มีการปรับราคา และส่งมอบไปแล้วกว่า 1,700 คัน พร้อมกับยอดจองสะสมที่รอการส่งมอบอีกกว่า 3,000 คัน ถือเป็นการตอบรับที่ดีอย่างล้วนหลามจากผู้ใช้ ซึ่งด้วยความสำเร็จนี้เอง ทำให้ทางค่าย GWM ต่อยอดสู่การปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ Ora Good Cat GT (เปิดตัวป็นประเทศที่ 2 ในโลก ต่อจากจีน) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค่าที่ชอบความเป็นสปอร์ต และมีความต้องการที่จะใช้งานรถที่มีสมรรถนะสูงมากยิ่งขึ้น

Ora Good Cat GT เป็นรถ EV

ที่ต่อยอดมาจาก Ora Good Cat ซึ่งสร้างขึ้นบนพื้นฐาน GWM Lemon E Platform เช่นเดียวกัน ก่อนถูกจับมาแต่งหน้าทาปากให้มีภาพลักษณ์ที่ดุดันมากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้ขนาดตัวถังใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อย โดยมีการเพิ่มชุดแต่งที่ออกแบบมาเฉพาะ Ora Good Cat GT เข้าไป ส่งให้มีความกว้างอยู่ที่ 1,848 มม. (+23 มม.) และความยาวอยู่ที่ 4,254 มม. (+19 มม.) ส่วนความสูงและระยะฐานล้อนั้นยังคงเดิมในพิกัดตัวถัง C-Segment ในส่วนของตัวรถ Ora Good Cat GT มาในสีเทา Aqua Gray ซึ่งเป็นตัวเลือกเดียวในรุ่นนี้ ส่วนชุดแต่งนั้น…ถูกแต่งแต้มด้วยขอบทริมสีแดง สลับกับลวดลายคาร์บอนลุค ทั้งที่กันชนหน้า ชุดโป่งข้าง สปอยเลอร์ท้าย ล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว จับคู่กับคาลิเปอร์เบรกสีแดง รวมถึงแปะด้วยป้าย Badge GT ซึ่งให้ความรู้สึกที่ดุดัน ดูเป็นสปอร์ต ต่างกับ Ora Good Cat รุ่นปกติอย่างชัดเจน ซึ่งหากถามว่า จะนำชุดแต่ง Ora Good Cat GT มาใส่ในรุ่นปกติได้ไหม คำตอบคือ กันชนหน้า – หลัง ออกแบบจุดยึดต่างๆ มาเพื่อรองรับในรุ่น GT เท่านั้น ไม่สามารถนำมาใส่กับ Ora Good Cat รุ่นปกติได้แบบ Bolt On

GWM Lemon E Platform

ในห้องโดยสารก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าในภาพรวมจะมีดีไซน์พร้อมการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ในรูปแบบเดียวกับ Ora Good Cat รุ่นปกติ แต่สำหรับ Ora Good Cat GT ที่เน้นความเป็นสปอร์ต องประกอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้า, แผงข้างประตู, พวงมาลัย รวมถึงเบาะนั่งแบบมีโลโก้ GT ที่หัวเบาะ จะมาในสีทูโทนดำสลับแดงเท่านั้น โดยออกแบบมาให้รับกับชุดเข็มขัดนิรภัยสีแดง (ส่วนรุ่นปกติจะมีให้เลือก 3 สี ตามรุ่นย่อยและสีหลัก) สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างก็คือ แผ่นบังแดดทั้ง 2 ฝั่ง จากเดิมที่มแค่กระจกไว้ส่องหน้า แต่การมาของ Ora Good Cat GT ในครั้งนี้ นอกจากจะมีกระจกส่องหน้าแล้ว ยังมีชุดไฟวงแหวน (ลองนึกภาพไฟไลฟ์สดขายของ) ติดตั้งมาให้ด้วยทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งน่าจะจะตอบโจทย์ผู้ใช้ โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีได้อย่างตรงใจมากยิ่งขึ้น

เบาะนั่งของ Ora Good Cat GT จากเดิมที่เป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เฉพาะฝั่งคนขับ แต่การกลับมาของ Ora Good Cat GT นอกจากเบาะคนขับจะปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศแล้ว เบาะคนนั่งยังมาพร้อมฟังค์ชั่นปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง อีกด้วย ถือว่าเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้อีกระดับ แต่ที่น่าเสียดาย คือ พวงมาลัยของ Ora Good Cat GT ยังคงเป็นแบบปรับได้แค่ขึ้น – ลง ไม่สามารถปรับเข้า – ออก ได้ ซึ่งก็อาจจะมีผลต่อสรีระของผู้ขับขี่บางท่านไปบ้าง แต่บรรยากาศรวมๆ ภายในห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สะดวกสบาย และเลือกใช้วัสดุที่ดูเนียนตา และดึงอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้…สิ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือ การเพิ่มออพชั่นฝาท้ายที่เปิด – ปิด ด้วยไฟฟ้า พร้อม Kick Sensor ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

ไฟวงแหวนบริเวณที่บังแดด ฟังค์ชั่นใหม่ๆ ที่น่าจะถูกใจสาวๆ

ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อม Kick Sensor อีกหนึ่งออพชั่นที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น GT

สิ่งที่ยังคงเป็นข้อสงสัย Ora Good Cat รุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้า คงหนีไม่พ้นเรื่องของพละกำลังที่ผิดวิสัยของรถไฟฟ้าทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมรรถนะ หรือแม้แต่ประสิทธิภาพการใช้งานในสภาพเส้นทางโหดๆ แต่การมาของ Ora Good Cat GT ได้รับการพัฒนาเรื่องสมรรถนะ โดยมีการใช้ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และสามารถทำกำลังสูงสุดได้ถึง 171 แรงม้า (+28 ตัว) และแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร (+40 นิวตัน-เมตร) ส่งกำลังผ่านเพลาขับโดยตรง ด้านชุดแพคแบตเตอรี่นั้น จากเดิมที่เคยถูกคาดหมายกันว่า Ora Good Cat GT จะมาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กกว่า Ora Good Cat 500 Ultra เล็กน้อย (หากอ้างอิงจากสเป็คแบตเตอรี่ของรุ่นที่เปิดตัวในประเทศจีน) แต่สำหรับสเป็คที่จะทำตลาดในประเทศไทยแล้ว ยังคงเป็นแบตเตอรี่ในรูปแบบลิเธียมเทอนารีขนาด 63.1 kWh เช่นเดียวกับตัว Ora Good Cat 500 Ultra โดยมาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 5 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Normal, Sport, Eco, Eco+ และโหมด Auto ซึ่งจะปรับรูปแบบการตอบสนองให้โดยอัตโนมัติตามลักษณะการขับขี่ ทั้งนี้ Ora Good Cat GT ไม่ได้มีการระบุสเป็คเรื่องระยะทางการวิ่งเอาไว้ แต่หากเทียบกับ Ora Good Cat 500 Ultra ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร หากรุ่น GT จะมีระยะการเดินทางที่ด้อยลงเล้กน้อย เมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้เพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่ชอบขับขี่ด้วยความเร็วสูง หรือเน้นการเร่งแซงบ่อยครั้ง

ฟังค์ชั่นการจอดอัตโนมัติ 3 รูปแบบ พร้อมระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติใน 50 เมตร สุดท้าย เช่นเดียวกับรุ่นพี่ Haval H6

นอกจากเรื่องของสมรรถนะที่ดีมากขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจใน Ora Good Cat GT คือ การอัพเกรดระบบความปลอดภัยให้ดีมากขึ้น โดยสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นปกติ คือ ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ ที่จะจดจำทิศทางการเคลื่อนที่ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. ใน 50 เมตร สุดท้าย โดยจะถอยกลับให้โดยอัตโนมัติ หากมีการเข้าเกียร์ถอยหลัง พร้อมฟังค์ชั่นการเบรกอัตโนมัติในกรณีที่มีสิ่งกัดขวาง เช่น คนเดิน, ระบบช่วยเข้าจอดอัจฉริยะ 3 รูปแบบ, ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันและระบบการเข้าโค้งที่มีการลดความเร็วให้โดยอัตโนมัติเมื่อมีการหักพวงมาลัยเพื่อให้สามารถผ่านโค้งได้อย่างปลอดภัย, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เป็นต้น

การทดลองขับ Ora Good Cat GT ในครั้งนี้ ใช้เส้นทางบางนา มุ่งหน้าอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี

มีเส้นทางหลากหลายรูปแบบ ทั้งไฮเวย์ และเส้นทางชนบท รวมระยะทางไป – กลับ ประมาณ 200 กม. ในช่วงแรกผู้เขียนจาก #ทีมขับซ่า อาศัยจังหวะชุลมุน เปิดประตูเข้านั่งในเบาะหน้าด้านซ้าย เพื่อให้ได้สัมผัสฟีลลิ่ง รวมถึงการใช้งานรวมๆ ของตัวรถก่อน (ยังไม่เคยขับ Ora Good Cat ตัวปกติมาก่อนหน้านี้) ลักษณะการใช้งานในภาพรวมของ Ora Good Cat GT ยังคงคล้ายกับรุ่นเดิม คือ ระบบสั่งการหลักๆ จะยังคงอยู่ที่หน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ การใช้งานในฟังค์ชั่น Launch Mode ที่ช่วยเรียกพละกำลังและแรงบิดมาใช้ในการออกตัวแบบไม่ถูกลดทอน สัมผัสการเป็นผู้โดยสารใน Ora Good Cat GT ถือว่าน่าประทับใจ การเซ็ตตำแหน่งของเบาะ รวมถึงฟังค์ชั่นการนวดแบบปรับความรูปแบบได้ ฟีลลิ่งของช่วงล่างที่กำลังดี ช่วยลดความเมื่อยล้าในการเดินทางได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว สิ่งที่รู้สึกขัดอกขัดใจเล็กน้อย นอกจากการเลือกใช้งานบางฟังค์ชั่นที่ทำได้ยาก เพราะต้องจิ้มบนหน้าจอเท่านั้นก็คือ การปรับระดับความดังของเสียงเพลง จะไม่สามารถทำได้จากหน้าจอหรือบริเวณอื่นๆ (นอกจากปุ่มที่พวงมาลัย) ซึ่งนั้นหมายความว่า ผู้โดยสารจะไม่สามารถปรับระดับความดังของเสียงเพลงได้ (แม้ว่าอาจจะเป็นคนที่จ่ายเงิน หรือมีอำนาจในการอนุมัติให้ซื้อรถคันนี้ก็ตามแต่) ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อสังเกต คือ ในยามที่วิ่งด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ขึ้นไป เสียงลมปะทะบริเวณหลังคา ดังเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างชัด…ชัดแบบไร้ข้อโต้แย้งว่านี่คือ รถ EV ที่โดยปกติจะมีเสียงลมเข้ามาให้ได้ยินมากกว่ารถทั่วไปที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป

ทันทีที่ถึงจุดหมาย…เป็นอันได้เวลาที่ Mr..Pajingo แห่ง #ทีมขับซ่า จะต้องทำภารกิจโดยการหาอัตราเร่งที่แท้ทรูของ Ora Good Cat GT ด้วยเครื่องมือ V Box Sport ที่เป็นเสมือนอุปกรณ์คู่ชีพ โดยการทดสอบอัตราเร่งของ Ora Good Cat GT ถือว่าทำอยู่หลายรันในโหมดต่างๆ ทั้งการออกตัวด้วยโหมดปกติ รวมถึงการใช้ Launch Mode ที่ต้องเข้าไปปิดระบบการทำงานของระบบ ESP และเปิดโหมดสปอร์ตก่อนจะเหยียบคันเร่งและเบรกพร้อมๆ กันให้ระบบเริ่มทำงาน แล้วจึงปล่อยเบรกเพื่อสตาร์ท อัตราเร่งของ Ora Good Cat GT ถือว่าทำได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าในข้อมูลที่ทาง GWM ประเทศไทยให้มาจะเคลมว่า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.5 วินาที เมื่อออกตัวด้วย Launch Mode แต่ในความเป็นจริงแล้ว Ora Good Cat GT มีดีให้พูดถึงมากกว่านั้น เพราะสามารถทำอัตราเร่งในช่วงความเร็วดังกล่าวได้เฉลี่ยเพียง 7.31 วินาที พร้อมกับเร่งผ่านระยะควอเตอร์ไมล์ด้วยเวลา 15.65 วินาที ที่ความเร็วเข้าเส้น 146.8 กม./ชม. ส่วนความเร็วสูงสุดที่ทำได้นั้น เทียบจาก GPS คือ เกินกว่า 165.3 กม./ชม. แต่หากที่ความเร็วเกิน 140 กม./ชม. ขึ้นไป ความเร็วจะค่อยๆ ไต่ขึ้นอย่างช้าๆ และสิ้นเปลืองพลังงานมาก ดังนั้นจึงไม่ใช่ช่วงความเร็วที่แนะนำ หากต้องการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะเรื่องระยะทางในการวิ่ง การรักษาความเร็วในระดับไม่เกิน 100-120 กม./ชม. ถือว่ากำลังสวย

อัตราเร่ง Ora Good Cat GT

อัตราเร่ง (วินาที)Ora Good Cat GT
0-40 กม./ชม.2.48
0-60 กม./ชม.3.73
0-80 กม./ชม.5.26
0-100 กม./ชม. 7.31
0-120 กม./ชม.  10.23
0-140 กม./ชม.  13.98
0-160 กม./ชม. 27.87
60-80 กม./ชม.1.56
80-120 กม./ชม.4.78
100-120 กม./ชม.2.76
ควอเตอร์ไมล์15.65 วิ. @ 146.8 กม./ชม.
ความเร็วสูงสุด165.3 กม./ชม.

ไฮไลท์ในความต่างของ Ora Good Cat GT ในการใช้กับไม่ใช้ Launch Mode หากพิจารณาจากกราฟความเร็วที่ออกมา ในแง่ของพละกำลังสูงสุดนั้น ไม่ได้แตกต่างกันแต่อย่างใด ความแตกต่างอยู่การจัดการกับพละกำลังเมื่อเจอพื้นที่มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะต่ำเสียมากกว่า เนื่องจากการใช้งานในโหมด Launch Mode ระบบ EPS จะถูกปิดการทำงาน ซึ่งนั่นหมายความว่า เมื่อล้อใดล้อหนึ่งมีอาการ Slip ระบบจะไม่มีการตัดกำลัง โดยเปิดโอกาสให้ล้อมีการหมุนฟรีเพื่อยังคงปั่นเพื่อสร้างอัตราเร่งอย่างเต็มที่ ผิดกับการใช้งานในโหมดปกติ ที่เมื่อล้อมีอาการปั่นฟรี ระบบจะลดทอนกำลังให้เหมาะสมกับการสร้างแรงขับเคลื่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยนอกจากเรื่องอัตราเร่งแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ #ทีมขับซ่า เกืดความประทับใจ ก็คือ  ฟีลลิ่งการตอบสนองของชุดเบรก ซึ่งเมื่อผสานการทำงานกับระบบ Regenerative Brake แล้ว ถือว่าช่วยลดระยะการหยุดรถได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งหากมีความคุ้นเคยกับรถสักระยะหนึ่งแล้ว ผู้ขับขี่ก็จะสามารถปรับน้ำหนัก รวมถึงฟีลลิ่งการถอนคันเร่งเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างสมูทมากยิ่งขึ้น (หรือหากต้องการความสมูทมากกว่านั้น สามารถปรับลดอาการหน่วงในขณะที่ถอนคันเร่งเพิ่มได้)

การเซ็ตช่วงล่างถือว่าทำได้น่าพอใจ แต่ความไวของพวงมาลัย ทำให้ “ความคลาส” ของตัวรถดูด้อยลงอย่างรู้สึกได้

แม้จะเป็นรุ่น GT แต่อย่าได้คาดหวังว่า…นี่คือ รถสมรรถนะสูง การเซ็ตช่วงล่างของ Ora Good Cat GT ยังคงเป็นรูปแบบเดียวกับที่เซ็ตมาในรุ่นปกติ ซึ่งมีเสียงชื่นชมในเรื่อง “ความพอดี” ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากการขับขี่ครั้งนี้ ในภาพรวมถือว่าทำได้น่าพอใจ สำหรับการขับขี่แบบปกติ ใช้ความเร็วเดินทาง หรือความเร็วสูงกว่านั้นแบบชั่วครั้งชั่วคราว การขับขี่ที่ความเร็วใช้งานทั่วไป ไม่ได้รู้สึกว่าตัวรถมีอาการกระด้าง ตึงตัง จนทำให้รำคาญ ในทางตรงข้าง การขับขี่ด้วยความเร็วสูง ก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ความเร็ว 100-120 กม./ชม. ถือว่ากำลังงาม แต่หากใช้ความเร็วมากกว่านั้น อาจมีอาการท้ายยุบบ้างเป็นช่วงๆ แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตก็คือ เรื่องฟีลลิ่งการตอบสนองของพวงมาลัยที่ไวเกินไป โอเคว่าสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ความเร็วต่ำ มีข้อดีคือ ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่าตัวรถมีความคล่องตัว สามารถตอบสนองได้ไว แต่สำหรับการขับขี่เดินทาง โดยใช้ความเร็วสูงๆ การเซ็ตอัพในรูปแบบดังกล่าว ส่งผลให้ตัวรถเกิดอาการ “ไม่นิ่ง” หรือ “เซซ้าย เซขวา” อยู่ตลอดเวลา (ไม่ใช่เรื่องความหนืดของการตอบสนองที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ แต่เป็นเรื่องความไวที่ตอบสนองต่อการหมุน) แม้จะพยายามประคองพวงมาลัยให้อยู่ในตำแหน่งตรงก็ตาม ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะระบบช่วยควบคุมตัวรถให้อยู่ในเลนที่มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง (มากเกินไป) จนทำให้รถมีอาการดังกล่าว

การขับขี่ในสภาพฝนตก ชัดเจนว่าทัศนวิสัยของกระจกหลัง ด้อยลงไปและไม่สามารถมองเห็นได้ในการใช้งานจริง

นอกจากพวงมาลัยที่ไวมากแล้ว เช่นเดียวกัน…ระบบเตือนต่างๆ ที่ขยันทำงานจนอาจสร้างความรบกวนให้กับผู้ใช้บางรายจนอาจจะต้องปิดการใช้งาน หรือแม้แต่ระบบปัดน้ำฝนหลัง ที่ในตอนแรกทีมงานของ GWM ให้ข้อมูลว่า ด้วยการออกแบบทำให้ไม่จำเป็นต้องมีไว้ แต่ในการเดินทางครั้งนี้ในสภาพฝนตกหนัก สิ่งที่ชัดเจนที่ #ทีมขับซ่า ได้เห็นจาก Ora Good Cat GT คือ ไม่สามารถมองด้านหลังได้ เพราะมีน้ำฝนมาเกาะสะสมที่กระจกบังลมหลังเป็นจำนวนมาก ในจุดเหล่านี้ทางค่ายอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อที่จะปรับจูน “ความพอดี” ให้ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม และพอดีกับความต้องการของคนไทย

เดินทางไป-กลับ ประมาณ 200 กม. กับค่าไฟที่จ่ายไม่ถึง 90 บาท…น่าสนใจทีเดียว

ก่อนออกเดินทาง Ora Good Cat GT คันที่ #ทีมขับซ่า ทำการทดสอบ แสดงระยะการเดินทางอยู่ที่ราว 490 กม. บนหน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว ก่อนรถคันดังกล่าวจะถูฏใช้งานในทุกรูปแบบ ทุกย่านความเร็ว รวมระยะทางทั้งสิ้น 200 กม. พอดิบพอดี อัตราการใช้ไฟเฉลี่ยที่แสดงบนหน้าจออยู่ที่ 17.1 kW/100 กม. ซึ่งก็เท่ากับว่า…การเดินทางในครั้งนี้ Ora Good Cat GT ใช้ไฟไปทั้งสิ้น 34.2 kW ซึ่งหากคิดเป็นค่าไฟบ้านสำหรับการชาร์จไฟในช่วง Off Peak อยู่ที่ 85.2 บาท และค่าไฟช่วง On Peak อยู่ที่ 187.5 บาท โดยระยะทางที่วิ่งได้จากแบตเตอรี่ทีมีอยู่ คือ 194 กม.

*ค่าไฟช่วง Off Peak หน่วยละ 2.63 บาท, On Peak หน่วยละ 5.79 บาท

29 มิถุนายนนี้…เจอกันแน่นอน !

Ora Good Cat GT เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นการการ พร้อมให้จับจองในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

โดยการรับจองล็อตแรกในวันดังกล่าวนั้น มาในจำนวนจำกัดเพียง 150 คัน เนื่องจากทาง Great Wall Motor ไม่ต้องการให้ลูกค้ารอการส่งมอบนานจนเกินไป โดยกำหนดการส่งมอบ Ora Good Cat GT ล็อตแรกนั้น จะมีขึ้นในใตรมาสที่ 4 ของปีนี้


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy