Home » รีวิว Honda HR-V e:HEV RS อัตราเร่งงั้นๆ เสียงเครื่องยนต์ดัง หลังคาแก้วร้อนมาก เรื่องจริง…หรือแค่ข่าวลือ ?

รีวิว Honda HR-V e:HEV RS อัตราเร่งงั้นๆ เสียงเครื่องยนต์ดัง หลังคาแก้วร้อนมาก เรื่องจริง…หรือแค่ข่าวลือ ?

by Admin clubza.tv
Honda HR-V e:HEV RS

หลังจากที่ในครั้งก่อน #ทีมขับซ่า ได้นำเสนอ รีวิวของ Haval Jolion ไปเป็นที่เรียบร้อย ในครั้งนี้เป็นทีของเพื่อนร่วมคลาสที่เปิดตัวมาในเวลาไล่เลี่ยกันอย่าง Honda HR-V e:HEV ที่การกลับมาในครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์กลไกกันแบบยกโมเดลซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริดที่เรียกว่า e:HEV ทั้งหมด และแน่นอนว่า จากการสอบถามทางทีมงานของ Honda คือ จะไม่มีรุ่นเครื่องยนต์ล้วนที่จะเข้ามาทำคตลาดสำหรับ Honda HR-V อีกต่อไป

Honda HR-V e:HEV

การทดลองขับในครั้งนี้ Honda เลือกเส้นทางกรุงเทพฯ – อ.หัวหิน ระยะทางรวมประมาณ 250 กม. โดย #ทีมขับซ่า มีโอกาสได้ขับประมาณ 200 กม. ซึ่งก็พอจะได้ข้อมูลมาสรุปให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบเพื่อเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ Honda HR-V e:HEV โดยสิ่งแรกที่ #ทีมขับซ่า รู้สึกชื่นชมเกี่ยวกับรายละเอียดในการออกแบบของตัวรถ คงหนีไม่พ้นเรื่องของความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทาง Honda พยายามใส่กิมมิคมาให้ เช่น ในรุ่นที่เราได้ทดลองขับนั้น เป็น Honda HR-V e:HEV RS ที่มาพร้อมหลังคาแก้วเต็มบาน Panorama Glass Roof ไม่ใช่ Panoramic Sun Roof แบบเลื่อนเปิดได้แบบที่เราคุ้นเคยใน Honda HR-V เจนเนอเรชั่นก่อน เนื่องจากผลการวิจัยออกมาแล้วว่า แม้ผู้ตนส่วนใหญ่จะชอบการชื่นชมธรรมชาติจากรุถที่มาในรูปแบบหลังคาแก้ แต่กลับมีส่วนน้อยที่นิยมจะเปิด (โดยเฉพาะเมื่อซื้อรถมาแล้วสักระยะ) ดังนั้น…จึงออกแบบมาให้ไม่ต้องเปิด เพื่อลดโอกาสการเสื่อมสภาพ และปัญหาการรั่วซึมที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวไปเลยจะดีกว่า ในส่วนตรงนี้ โดยส่วนตัวของผู้เขียน คิดว่าเป็นไอเดียที่ดีและน่าสนใจ โดยในส่วนของชุดหลังคาแก้วนั้น จะมีสารเคลือบที่เรียกว่า Low E ซึ่งเป็นรูปแบบการเคลือบที่ใช้กับตึกอาคารที่เป็นกระจก เพื่อช่วยลดความร้อนและสะท้อนรังษีความร้อนได้กว่า 75% ทำงานร่วมกับชุดม่านแบบมู่ลี่ในห้องโดยสารตอนหน้า ส่วนสำหรับห้องโดยสารตอนหลังเป็นรูปแบบแผ่นปิดที่สามารถเลือกเปิดได้ซ้ายขวา (ที่ไม่ทำเป็นแบบรูดเช่นเดียวกับในด้านหน้า เพราะด้านการออกแบบด้านท้ายให้มีองศาคล้ายๆ กับรถ Coupe หากติดตั้งม้วนม่านในด้านหลัง อาจทำให้พื้นที่เหนือศีรษะเหลือน้อยเกินไป) ซึ่งจากการเดินทางตลอดวัน แม้ว่าม่านจะค่อนข้างบาง…แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหาเรื่องความร้อน ที่ระคายผิว หรือกระทบกระเทือนจิตใจอะไรมากมายนัก ส่วนใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัย ในรุ่น RS ที่เป็นหลังคากระจกนั้น มีการเสริมความหนาของคานกลางหลังคาที่ใหญ่กว่ารุ่น E และ EL ที่ใช้หลังคาเหล็ก เพื่อความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถังในระดับที่ใกล้เคียงกัน

เรื่องวัสดุอาจเป็นรอง Civic แต่หากเทียบระดับราคา ถือว่าสมเหตุสมผลกับสิ่งที่ได้มา

หลังคา Panorama Glass Roof กับฟังค์ชั่นการพับเบาะที่หลากหลายถึง 3 รูปแบบ

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Honda HR-V e:HEV มันมีสิ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจอยู่หลายประการ นั่นแสดงถึงวิธีการคิดที่ละเอียดของทาง Honda ไม่แปลกใจเลยว่า หลังจากช่วงยุค 90 เป็นต้นมา แม้ว่ารถแบรนด์นี้จะไม่ได้มีคุณสมบัติที่เด่นหรือเหนือกว่ารถทั่วไป (บางอย่างเรียกว่า ตกเป็นรองคู่แข่งก็ยังมี) แต่กลับมี FC ทุกหัวระแหง ซึ่งก็คงมาจากเรื่องความละเอียดในการคิดและการใส่กิมมิคเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ และใช้งานได้จริงนี้เอง อย่างแรก…คือ เบาะนั่งและตำแหน่งของพวงมาลัยที่สามารถปรับได้หลากหลาย (ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และปรับพวงมาลัยได้ 4 ทิศทาง) ลงไปนั่งแล้วรู้สึกพอดีตัว เซ็ตทางทางการขับขี่ได้ง่าย ต่างกับเพื่อนร่วมคลาสที่ #ทีมขับซ่า เพิ่งไปทดลองขับในช่วงสัปดาห์ก่อนอย่างสิ้นเชิง (มีอีก 2 รุ่น ที่ท่านั่งประทับใจมาก คือ Nissan Kicks e-Power และ Mazda CX-30) ช่องแอร์ของ Honda HR-V e:HEV มาในรูปแบบที่เรียกว่า Air Diffusion System ที่สามารถปรับทิศทางลมได้ตามต้องการ โดยสามารถปรับให้เป่าตรงๆ แบบดั้งเดิม หรือเหลือกที่จะกระจายแรงลมออกในด้านข้างก็สามารถทำได้ ซึ่งเป็นไอดียที่ดูเข้าท่าทีเดียว ขับขี่ไกลๆ แอร์ไม่เป่าตรงๆ เข้าหน้า เขาตา หรือรู้สึกเย็นที่มือเป็นพิเศษเหมือนกับช่องแอร์แบบเดิมๆ นอกจากนี้ยังมีการปรับรายละเอียดของฟังค์ชั่นต่างๆ ใหม่ เช่น ระบบ Auto Brake Hold สำหรับคนที่ชอบใช้ เมื่อก่อนเราอาจต้องกดให้ทำงานทุกครั้งที่สตาร์ทรถ แต่การปรับใน Honda HR-V e:HEV จะเป็นการเซฟค่าค้างไว้ คือ เปิดแล้วเปิดเลย ไม่ต้องมากดเปิดใหม่ทุกครั้งที่สตาร์ทเหมือนก่อน ในส่วนของการใช้งานฟังค์ชั่นต่างๆ เช่น โหมดการขับขี่ หรือเปิดระบบความปลอดภัย ทำได้ง่ายเพียงกดปุ่มบริเวณคันเกียร์ ปุ่มเปิด – ปิด บริเวณด้านขวาของคอนโซล หรือเซ็ตที่พวงมาลัยแบบมัลติฟังค์ชั่น นั่นทำให้รู้สึกถึง…ความเป็นมิตรต่อผู้ใช้

Walk Away Close ใช้งานง่าย…และมีประโยชน์กว่าที่เคยเจอมา

ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ  มีข้อถกเถียงเรื่องฝาท้ายที่ยังคงมาในแบบ “อัตโนมือ” แต่ฝั่ง Honda HR-V e:HEV นั้น ถือว่ามาเหนือ ด้วยฟังค์ชั่น Hand Free ที่มาพร้อม Kick Sensor ที่สามารถ “เตะ…เพื่อเปิด” และ “Walk Away Close” ที่เพียงแค่กดปุ่มทิ้งไว้ และพกกุญแจไว้กับตัว ประตูท้ายก็จะปิดให้โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณเดินออกนอกระยะ ซึ่งสามารถเซ็ตติ้งระบบให้เป็น Walk Away Door Lock จากเซ็ตติ้งหน้าจอผู้ขับขี่ได้ด้วย นอกจากนี้ชุดเบาะด้านหลัง ยังสามารถพับได้ถึง 3 รูปแบบ รองรับการวางสัมภาระในลักษณะที่ต่างกัน เรื่องความง่ายและสะดวกในการใช้งาน ต้องยกให้ Honda จริงๆ

ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ เน้นใช้งานง่าย ไม่ต้องจิ้ม ไม่ต้องจอด

ช่องแอร์แบบ Diffusion System กระจายแรงลมได้ดี มือไม่เย็น ตาไม่แห้ง หน้าไม่ตึงอีกต่อไป

หลายคนอาจคาดหวังกับ Honda HR-V e:HEV โดยนำไปเทียบกับซีดานในพิกัด C Segment อย่าง Honda Civic ที่เดิมทีแล้ว ในเจนเนอเรชั่นก่อน ถูกพัฒนาขึ้นมาบนแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่สำหรับในเจนเนอเรชั่นนี้ ด้วยความแตกต่างกันในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องขุมพลัง ที่ Civic ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาป ส่วน Honda HR-V e:HEV นั้น มาในรูปแบบไฮบริด ที่วางระดับราคาไว้ใกล้เคียงกันมาก (ซึ่งโดยปกติแล้ว รถเครื่องยนต์ vs รถไฮบริด ในรุ่นเดียวกันของค่าย Honda จะวางส่วนต่างของระดับราคาไว้ที่ประมาณ 1 แสนบาท) ซึ่งในงบนี้…ด้วยความส่วนต่างจากปัจจัยด้านชุด Power Train ที่ต่างกัน โดยที่ราคาไม่ต่าง จึงไม่น่าแปลกใจหากเมื่อเทียบภาพรวมแล้ว Honda HR-V e:HEV อาจไม่ได้ให้ความรู้สึกระดับพรีเมี่ยมแบบที่ Honda Civic ให้ วัสดุและผิวสัมผัสที่ใช้ บางอย่างอาจดูขัดหูขัดตาไปบ้าง เช่น หน้าจอกลางขนาด 8 นิ้ว (แบบเดียวที่ใช้กับใน Honda City) หรือหน้าจอแสดงผลการขับขี่ ที่ Civic ยังคงเป็นรุ่นเดียวของค่ายที่ได้หน้าจอขนาด 11 นิ้ว แต่โดยรวมถือว่าไม่ได้แย่จนรับไม่ได้ ดูโอเคเลยทีเดียว หากคุณไม่ใช่คนช่างติ หรือถูกนำไปเทียบกับคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด สิ่งเดียวที่ยังคงรู้สึกขัดใจก็คือ ในรถยุค 2021 ทำไมยังไม่มีกล้องมองรอบคันมาให้ มีแค่เพียง Honda Lane Watch ความคมชัดต่ำ บวกกับกล้องมองหลังที่เส้นกะระยะไม่ได้เลี้ยวตามองศาการหมุนของพวงมาลัย (ไม่มีเซ็นเซอร์กะระยะให้) ที่เอาจริงๆ ในยุคนี้…คงไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่ ถามกับทางทีม R&D ที่ญี่ปุ่น แล้ว ยังคงได้คำตอบว่า กล้อง 2 รูปแบบ ระหว่าง Lane Watch และกล้องมองรอบทิศทาง ทำงานคนละหน้าที่ ซึ่งในเมื่อคุณก็รู้ ว่ามันทำงานคนละหน้าที่กัน แล้วทำไมจึงไม่มีมาให้ทั้ง 2 อย่าง ขนาดรถในคลาสเดียวกันระดับราคาไม่ข้าม 8 แสนบาท ยังมีมาให้ ทำไม Honda ไม่มี…ยังคงเป็นคำถามที่ไม่อาจหาคำตอบได้ !!!

เครื่องกำลังสูงขึ้น แบตเตอรี่ใหญ่กว่า เพื่อลากตัวถังที่มีน้ำหนักมากขึ้น โดยไม่เสีย Performance โดยรวม

ขุมพลังของ Honda HR-V e:HEV นั้น หลายคนอาจจะบอกว่า เอ๊ะ…นี่มันเป็นชุดเดียวกับที่ประจำการอยู่ใน Honda City e:HEV หรือเปล่า ? ในความเป็นจริง คือ ใช่ครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะรูปแบบการขับเคลื่อนใน Honda HR-V e:HEV แม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เหมือนกัน แต่มีการปรับพละกำลังให้สูงขึ้น เพื่อให้สามารถปั่นไฟจ่ายให้กับชุดมอเตอร์และแบตเตอรี่อย่างเพียงพอ โดยชุดแพคแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ถูกออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่กว่าใน City โดยเพิ่มจำนวนเซลจาก 48 เป็น 60 เซล เพื่อยืดระยะการปลดปล่อยพละกำลัง (แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร เท่าๆ กัน ของ City มาในช่วง 0-3,000 รอบ/นาที แต่สำหรับ Honda HR-V e:HEV มีให้ใช้ยาวถึงช่วง 3,500 รอบ/นาที) นอกจากนี้แล้ว ยังมีการปรับอัตราทดของชุดเกียร์ e-CVT ให้มีช่วงการทำงานที่กว้างมากขึ้น เพื่อสร้างอัตราเร่งที่ดี และให้ความประหยัดได้ในระยะยาว อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ของ Honda HR-V e:HEV ทำได้อยู่ที่ราว 10.5 วินาที (ดูอัตราเร่ง Honda HR-V e:HEV ในช่วงต่างๆ พร้อมเปรียบเทียบกับคู่แข่ง…คลิ๊ก) แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด อาจไม่ได้อยู่ที่เรื่องพละกำลัง หรือความเร้าใจ แต่หากเป็นเรื่องอัตราสิ้นเปลือง ที่ทำได้ในระดับ 24 กม./ลิตร สำหรับการขับขี่ในเมือง และ 21.9 กม./ลิตร สำหรับการขับขี่เดินทางไกลที่ความเร็วประมาณ 100 – 120 กม./ชม. เฉลี่ยการขับขี่แบบทั่วไปอยู่ที่ราว 23 กม./ลิตร ไม่แตกต่างจากตัวเลข Eco Sticker ที่ 25.6 กม./ลิตร มากนัก (เทียบกับ Honda City e:HEV ที่ขับในเส้นทางเดียวกัน ความเร็วและรูปแบบการขับขี่คล้ายกัน เฉลี่ยอยู่ที่ 23.6 กม./ลิตร)

อัตราสิ้นเปลือง Honda HR-V e:HEV

อัตราสิ้นเปลือง

(กม./ลิตร)

ในเมืองนอกเมืองอัตราสิ้นเปลืองรวม
Eco StickerจริงEco StickerจริงEco Stickerจริง
Honda HR-V e:HEV37 24.021.2 21.925.623.0
Honda City e:HEV 40 26.123.221.2 27.023.6

อัตราเร่ง อาจไม่ใช่จุดเด่นใน Honda HR-V e:HEV แต่ถ้าเป็นความประหยัด…อันนี้ต้องยอม

ในส่วนของช่วงล่าง Honda HR-V e:HEV มีการเพิ่มระยะยุบและยางกันกระแทกชิ้นใหญ่มากขึ้น พร้อมเสริมด้วยชุดบู๊ชแบบมีของเหลวภายใน เน้นความนุ่มนวลในการขับขี่ ซึ่งผลที่ออกมาก็ถือว่าน่าพอใจ ฟีลลิ่งของช่วงล่างอยู่ในระดับกลางๆ ไม่นุ่มย้วย หรือตึงตังจนเกินไป สำหรับคนที่ไม่คาดหวังเรื่องความสปอร์ตเล็กๆ หรือเน้นการขับขี่ที่ความเร็วสูง (เน้นซิ่ง Nissan Kicks e-Power และ Mazda CX-30 ตอบโจทย์มากกว่า แต่หากชอบเลี้ยวเร็วๆ ในที่แคบๆ Haval Jolion Hybrid SUV ให้ความรู้สึกที่คมกว่าเล็กน้อย) สิ่งที่น่าสนใจกว่าฟีลลิ่งของช่วงล่าง คือ การให้น้ำหนักของพวงมาลัยที่ถือว่าทำได้ดีมาก ทั้งย่านความเร็วต่ำ – สูง โดยในรุ่น RS มาพร้อมฟังค์ชั่นการปรับอัตราทดพวงมาลัยแบบแปรผัน ซึ่งช่วยทดรอบการหมุนช่วงปลาย เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ด้านฟีลลิ่งการเบรกของ Honda HR-V e:HEV นั้น ถือว่าจับไวชนิดแตะเบรกทีไร คนข้างๆ สะดุ้งตื่นทุกที (อาจจะเป็นเพราะการปรับระดับการชาร์จไฟสูงสุดที่ผู้ขับขี่เลือกไว้จาก Paddle Shift) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความน่าสนใจ คือ ไม่ใช่แค่ไวแบบหลอกๆ อย่างที่ในอดีตเคยเป็น เป็นความไวที่ประสิทธิภาพเพิ่มไปตามน้ำหนักที่ใช้ ใส่มากหยุดเร็ว ใส่น้อยไหลได้เรื่อยๆ ให้ความมั่นใจได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น

Honda Sensing ระบบความปลอดภัยที่พร้อมเสิร์ฟในทุกรุ่นย่อย

Honda HR-V e:HEV มาพร้อมระบบความปลอดภัย Honda Sensing ในทุกรุ่นย่อย

ซึ่งประกอบไปด้วย 6 ฟังค์ชั่นหลักๆ การทำงานในภาพรวมนั้น ถือว่าน่าประทับใจ โดยเฉพาะกับระบบช่วยเดือนและควบคุมเมื่อออกนอิกเลน รวมถึงระบบควบคุมให้ตัวรถอยู่กลางเลน ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี การเตือนหรือประคองตัวรถให้กลับมาอยู่ในคอนดิชั่นที่เหมาะสม ทำได้อย่างนุ่มนวล ค่อยๆ ดึงและประคองอย่างเบามือ ไม่รู้สึกรำคาญเมื่อเปิดใช้งานแบบเต็มระบบ ส่วนระบบ Adaptive Cruise Control & Low Speed Follow แม้จะมีมาให้ แต่ในการใช้งานจริง ในระหว่างการเร่งและการชะลอความเร็วในขณะที่ตามรถด้านหน้า ยังกลับไม่รู้สึกถึงความสมูทเท่าที่ควร ทำให้รู้สึกว่าเมื่อใช้ไปสักพัก กลับมาควบคุมรถด้วยตัวเองน่าจะให้ความนุ่มนวลที่มากกว่า ต่างจากรุ่นพี่อย่าง Honda Accord ที่ให้ความละเอียดในการควบคุมได้ดีและสามารถใช้งานได้จริง โดยไม่รู้สึกถึงอาการเหวอ หรือมีการเบรกจนหัวทิ่มหัวตำจนผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยเผลอตื่น

เงียบ vs. ดัง…สิ่งเดียวที่ตอบได้ คือ คุณขับแบบไหน ?

เป็นที่ถกเถียงกันมากอีกหนึ่งประเด็น กับเรื่องของเสียงต่างๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารของ Honda HR-V e:HEV โดยเฉพาะเสียงเครื่องยนต์ อันที่จริงดูจะเป็นเรื่องปกติของรถที่เมนหลักของการขับเคลื่อนมาในรูปแบบ Series Hybrid หรือใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟเพื่อจ่ายให้กับชุดมอเตอร์ ซึ่งในขณะเร่งแซง เครื่องยนต์จะต้องเร่งรอบสูงเพื่อปั่นกระแสไฟให้มากพอต่อความต้องการใช้งาน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ในขณะที่เร่งแรงๆ มีเสียงเครื่องยนต์เข้ามามาก (ไม่ว่าจะ Kicks หรือ Jolion ก็ดังเช่นกัน) ถามว่าดังมากไหม ? ตอบได้แบบไม่เกรงใจว่า…ก็ดังมากจริงๆ แต่ก็คงเป็นความดังที่เล็ดลอดเข้ามาในช่วงสั้นๆ ซึ่งในชีวิตจริง คงไม่มีใครต้องเร่งขนาดนั้นตลอดเวลา หรือถ้าพฤติกรรมการขับขี่ยังเป็นแบบนั้น…มันคือ สิ่งที่คุณต้องยอมรับ ต่อให้รถอะไร ถ้าไม่ใช่ EV คงดังไปทั้งหมด ในช่วงการเดินทางไกลๆ ความเร็วคงที่เกิน 100 กม./ชม. ขึ้นไป ที่ระยยตัดการส่งกำลังเป็นเครื่องยนต์เพียวๆ เสียงที่ลอดเข้ามาในห้องโดยสาร เอาจริงๆ คือ เบากว่า Jolion เสียอีก เสียงที่รู้สึกว่าดังจริงๆ คงหนีไม่พ้นเสียงยาง (ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ สำหรับรถในรูปแบบนี้ ที่เสียงเครื่องยนต์ในช่วงเดินทางค่อนข้างเงียบอีกนั่นแหละ) โดยเฉพาะการขับขี่บนพื้นคอนกรีต ถือว่ามาค่อนข้างชัดทีเดียว แตกต่างกับเสียงลมโดยสิ้นเชิง “เงียบกริ๊บ” แม้ว่าจะใช้ความเร็วทะลุ 120 กม./ชม. ขึ้นไป ในจุดนี้ถือว่า Honda HR-V e:HEV ทำการบ้านในการเก็บเสียงสำหรับชุดหลังคา Panorama Glass Roof ได้ดีมากทีเดียว

Honda HR-V e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท

ในภาพรวมของ Honda HR-V e:HEV แม้จะไม่ใช่รถที่ขับขี่ได้ดี หรือให้อุปกรณ์ออพชั่นจัดเต็มที่สุดในคลาส ไม่มีอุปกรณ์ส่วนเกิน แถมยังรู้สึกว่าขาดๆ ไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็เป็นอีกครั้งที่ Honda พิสูจน์ได้ว่า พวกเขาทำรถออกมาได้น่าสนใจพอที่จะดึงดูดเงินในประเป๋าผู้ใช้เมืองไทยได้ไม่ยาก และที่สำคัญคือ การกลับมาของ Honda HR-V e:HEV ในครั้งนี้ ไม่ได้เอาราคาแบบ “อยากอัพเลเวลตัวเอง” มาเป็นที่ตั้ง ทำให้การแข่งขันรถ SUV ในคลาส B Segment ดูน่าจะสนุกและขับเคี่ยว ฟาดฟันกันอย่างเข้มข้นจนประโยชน์กลับมาตกอยู่ที่ฝั่งผู้บริโภคได้อย่างน่าสนใจ

 

เทียบอัตราเร่ง Honda HR-V e:HEV ไหวไหม ? เมื่อต้องเจอกับเพื่อนร่วมคลาส และน้องร่วมค่ายในพิกัดเดียวกัน !


ข่าวแนะนำ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

Privacy & Cookies Policy